John Wheeler
John Wheeler

John Wheeler

จอห์น วีเลอร์ (John Wheeler)

นักฟิสิกส์สหรัฐ เขาเป็นผู้นิยามเทอมศัพท์หลายคำที่เป็นที่รู้จัก เช่น black hole, quantum foam, neutron moderator, wormhole, it from bit

วีเลอร์ เกิดวันที่ 19 กรกฏาคม 1911 ในฟลอริด้า พ่อของเขาชื่อโจเซฟ (Joseph L. Wheeler) และแม่ชื่อมาเบล (Mabel Archibald Archie) โดยวีเลอร์เป็นลูกคนโตในพี่น้องทั้งหมดสี่คน

วีเลอร์เติบโตขึ้นมาในเมืองยังทาวน์, โอไฮโอ (Yougstown, Ohio) 

1926 จบมัธยมปลายจากวิทยาลัยบัลติมอร์ (Baltimore City Collge) และได้เข้าเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยจอห์น ฮ๊อพกิ้น (Johns Hopkins) 

1933 จบปริญญาเอก โดยเขียนวิทยานิพนธ์เรื่อง “Theory of the Dispersion and Absorption of Helium”

หลังจานั้นก็ได้รับทุน National Research Council fellowship ใหเข้าศึกษาวิจัยระดับสูงที่มหาวิทยาลัยนิวยอร์ค (New York University) โดยมีกรีกอรี่ เบรียต (Gregory Breit) เป็นที่ปรึกษา และที่มหาวิทยาลัยโคเปนฮาเก้น (Copenhagen) โดยนีลส์ บอห์ร (Niels Bohr) เป็นที่ปรึกษา

1935 แต่งงานกับเจเน็ตต์ (Janette Hegner) ซึ่งมีอาชีพเป็นครู

1937 ได้รับตำแหน่งรองศาสตราจารย์ ที่มหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลน่า (University of North Carolina at Chapel Hill)

1939 ในยุโรป ริซ เมียตเนอร์ (Lise Meitner) และอ๊อตโต้ ฟริสซ์ (Otto Frisch) ค้นพบปฏิกริยานิวเคลียร์ฟิชชั่น (nuclear fission) 

1940 วีเลอร์ ตั้งสมมุติฐาน one-elctron universe โดยแนวคิดมาจากสมมุติฐานที่ว่าโพซิตรอน (positron) คืออิเล็กตรอนที่เคลื่อนที่ย้อนเวลาไปในอดีต วีเลอร์ซึ่งโทรศัพท์ไปคุยกับริชาร์ด เฟย์นแมน (Richard Feynman) ซึ่งได้เล่าสมมุติฐานที่ตัวเองคิดว่าในโลกนี้มีอิเล็กตรอนแค่ตัวเดียว แต่ว่ามันวิ่งไปมาระหว่างเวลา จึงดูเหมือนว่ามันมีอยู่ทุกที

1942 ในช่วงสงครามโลก ครั้งที่ 2 วีเลอร์เข้าทำงานในโครงการแอนฮัตตัน (Manhattan Project) โดยมีส่วนร่วมในการออกแบบเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ เขาร่วมกับโรเบิร์ต คริสตี้ (Robert F. Christy) เขียน “Chain Reaction of Pure Fissionable Materials in Solution”  ซึ่งเป็นงานวิชาการสำคัญที่มีผลต่อการทำให้พลูโตเนียม (plutonium) บริสุทธิ

1943 บริษัทดูปองต์ (DuPont) ได้รับมอบหมายจากกองทัพสหรัฐฯ ให้มาดูแลการสร้างเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ทำให้วีเลอร์มาทำงานกับดูปองต์ และเขาก็ย้ายครอบครัวมาอยู่ที่เดลาแวร์ (Wilmington, Delaware) ซึ่งเป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของดูปองต์ 

1945 หลังสงครามโลก วีเลอร์กลับมาอยู่ที่ ม.พริ้นตั้น (Princeton) และทำการศึกษาเกี่ยวกับอนุภาพมิวออน (muon) ร่วมกับ เจย์มี เมียมโน่ (Jayme Tiomno) 

1948 ตั้งห้องวิจัยรังสีคอสมิคที่ พริ้นตั้น (Princeton’s Cosmic Rays Laboratory) 

1949 สหภาพโซเวียตประสบความสำเร็จในการสร้างระเบิดนิวเคลียร์ ทำให้สหรัฐฯ เร่งการวิจัยระเบิดไฮโดรเจน (hydrogen bomb) ที่มีอนุภาพรุนแรงกว่า และวีเลอร์ก็ได้รับเชิญให้เข้าร่วมกับการพัฒนาอาวุธชนิดนี้ ทำให้เขาย้ายมาทำงานที่ห้องวิจัยในลอส อะลามอส (Los Alamos Laboratory)

1951 ที่ลอส อะลามอส วีเลอร์ตั้งโครงการแม็ตเทอร์ฮอร์น (Project Matterhorn) ขึ้นมา โดยแบ่งเป็น 2 โครงการย่อยคือ Matterhorn S สำหรับออกแบบและสร้างเครื่อง Stellarator (อุปกรณ์สำหรับจับพลาสม่าความร้อนสูงด้วยสนามแม่เหล็ก ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับนิวเคลียร์ฟิวชั่น (Fusion)) และ Matterhorn B สำหรับการวิจัยระเบิดไฮโดรเจน

1952 1 พฤศจิกายน, สหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการทดสอบระเบิดไฮโดรเจน ไอวี่ ไมค์ (Ivy Mike) 

1953 วีเลอร์ถูกถอดออกจากงานวิจัยระเบิดไฮโดรเจน หลังจากเขาทำเอกสารลับสูญหายระหว่างการโดยสารรถไฟ หลังจากนั้นเขาจึงได้กลับมาทำงานที่มหาวิทยาลัย

1950s เขาให้ความสนใจทฤษฏีสัมพันธ์ภาพทั่วไป (General Realtivity) ของไอน์สไตน์ (Albert Einstein) ซึ่งในเวลานั้นไม่ค่อยมีคนที่สนใจ

1967 ตั้งชื่อศัพท์คำว่า หลุมดำ (Black Hole) ซึ่งก่อนหน้านั้นนักวิทยาศาสตร์เรียกมันด้วยชื่อยาวๆ และแปลก เช่น gravitationally completel collagpesed object

1976 ออกจากพริ้นตั้น และได้รับแต่งต้งให้เป็นผู้อำนวยการของศูนย์ฟิสิกส์ทฤษฏี มหาวิทยาลัยเท็กซัส (Center for Theoretical Physics, University of Texas at Austin) 

เขียน It from Bit ที่สันนิษฐานว่าจักรวาลถูกสร้งจากข้อมูล ไม่ใช่สสาร ซึ่งแนวคิดนี้เป็นรากฐานของทฤษฏีอย่าง Quantum Information theory, Black hole information paradox, Digital physics

1976 เกษียณจากงาน

2007 ตุลาคม, เจเน็ตต์ ภรรยาของเขาเสียชีวิตในวัย 96 ปี

2008 13 เมษายน, วีเลอร์ เสียชีวิตในนิว เจอร์ซีย์ ด้วยอาการปอดบวม ขณะมีอายุ 96 ปี

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Don`t copy text!