เออร์เนสต์ หลุยส์ ลาเกร (Ernest Lagree)
ลาเกร เกิดในแซ็งแว็งซอง เดอะ เมร์คิวซ์ (Saint Vincent de Mercuze) ในปี 1823
เขาเริ่มเรียนหนังสือที่โรงเรียนเยซูอิตส์ในเมืองช็องเบรี (the Jesuits of Chambery) และได้ต่อระดับมัธยมปลายในปารีส ที่ลีเซ่ชาร์เลอมาญ (Lycee Charlemange)
1842 เข้าศึกษาที่เอกอลโพลีเทคนิค (École polytechnique)
1854 เข้าเป็นทหารโดยได้ติดยศร้อยโท และเข้าร่วมรบในสงครามไครเมีย (Crimean war) โดยที่เขาได้ประจำการณ์อยู่บนเรือไฟรด์แลนด์ (the Friedland three-masted) ที่อยู่ในทะเลดำ เขามีส่วนในปฏิบัติการทิ้งโจมตีเมืองโอเดสสา (Odessa) ของรัสเซีย
ตุลาคม, (Siege of Sevastopol) ฝ่ายพันธมิตรระหว่างอังกฤษและฝรั่งเศสบุกยึดเมืองเซวาสโตโพล เมืองสำคัญในไครเมียที่เป็นที่ตั้งของกองทัพเรือรัสเซียในทะเลดำ โดยฝ่ายรัสเซียเป็นฝ่ายแพ้ในการรบนี้
พฤศจิกายน, เรือของลาเกราเจอกับพายุ ทำให้เขาต้องเดินทางหนีพายุไปยังคอนสแตนติโนเปิ้ล
1855 เดินทางกลับฝรั่งเศส
1858 ได้รับหน้าที่ดูแลเรือลาดตระเวณเล็กๆ (an aviso)
1860 ด้วยปัญหาสุขภาพทำให้เขาลาออกจากราชการ
1862 เดินทางมายังโคชินไชน่า (Cochinchina) หรือบริเวณเวียดนามทางใต้ในปัจจุบัน ลาเกรโดยสารมากับเรือการอน (Garonne) โดยเขารั้งตำแหน่งรองผู้บัญชาการเรือ โดยเรือของเขาเดินทางมายังกรุงไซง่อน (Saigon) ของโคชินไชน่า
ลาเกรมีบทบาทสำคัญในการยึดกัมพูชาเป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส
1863 5 กรกฏาคม, ฝรั่งเศสได้ทำสนธิสัญญากับกัมพูชา ให้กัมพูชาเป็นรัฐในคุ้มครองของฝรั่งเศส (The French protectorate of Cambodia) โดยสนธิสัญญาดังกล่าวมีการลงนามกันในกรุงไซง่อน และนโปเลียน ที่ 3 (Napoleon III) ได้ลงพระนามในปีถัดมา
บทบาทของฝรั่งเศสในเวลานี้คือการปกป้องกัมพูชาจากอิทธิพลของสยามและอันนัม (Annam)
ลาเกรนั้นมีความสนใจศึกษาเกี่ยวกับศิลปะขอม เขาทุ่มเทให้กับการศึกษาค้นคว้าอย่างจริงจัง และได้เขียนหนังสือ “Royal Chronicles” ออกมา
1865 ลาเกรเริ่มอาชีพการเป็นนักสำรวจ โดยเขาได้รับการสนับสนุนจากแม่ทัพเรือดอลากรองดิแยร์ (Admiral De La Grandière) ที่ให้ทุนในการสำรวจแม่น้ำโขง
1868 12 มีนาคม, ลาเกร เสียชีวิตที่เมืองตงชวน (Dongchuan) ในมณฑลยูนาน ประเทศจีน ระหว่างการเดินทางสำรวจแม่น้ำโขง
หลังการเสียชีวิต ร่างของเขาถูกนำกลับมายังไซง่อน และร่างของเขาถูกฝังไว้ในสุสานในไซง่อน
1887 ฝรั่งเศสได้ผนวกกัมพูชาเข้ากับโคชินไชน่า และรวมกันเป็นฟรานซ์อินโดไชน่า (French Indochina) เป็นอาณานิคมของฝรั่งเศส
1968 มีการสร้างอนุสาวรีย์ “The Anghor Wat tower” เอาไว้ที่เมืองแซ็งแว็งซอง เดอะ เมร์คิวซ์ บ้านเกิดของลาเกร เพื่อรำลึกถึงวีรกรรมของลาเกรที่มีส่วนสำคัญในการยึดครองกัมพูชา
1983 มีการนำเอาอัฐิของลาเกรจากไซง่อนกลับไปฝรั่งเศส